กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศคำแนะนำด้านสุขภาพฉบับเร่งด่วน เพื่อแจ้งเตือนและคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากพื้นที่ที่มีรายงานการระบาดของ เชื้อไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ที่มีอัตราความรุนแรงสูง เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ใครคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
ตามประกาศของกรมควบคุมโรค ผู้ที่เข้าข่ายต้องสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด คือผู้ที่มีประวัติการเดินทางตามเงื่อนไข ดังนี้
* พื้นที่ต้นทาง เดินทางมาจาก รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย หรือ ประเทศบังคลาเทศ
* ระยะเวลา เดินทางเข้ามาภายในช่วง 21 วันที่ผ่านมา
อาการต้องสงสัย สัญญาณอันตรายของไวรัสนิปาห์
เชื้อไวรัสนิปาห์มีระยะฟักตัวและการแสดงอาการที่หลากหลาย หากท่านอยู่ในกลุ่มเสี่ยงข้างต้น และมีอาการป่วยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ขอให้ตระหนักว่าท่านอาจมีความเสี่ยง
กลุ่มอาการทั่วไปและระบบทางเดินหายใจ
- มีไข้สูง
- ปวดศีรษะ
- ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
- เจ็บคอ
- ไอ
- หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย
- กลุ่มอาการทางระบบประสาท (สัญญาณรุนแรง)
เนื่องจากไวรัสนิปาห์สามารถก่อให้เกิดภาวะสมองอักเสบได้ หากมีอาการเหล่านี้ต้องรีบพบแพทย์ทันที
- มีอาการซึมลง
- สับสน มึนงง
- มีอาการชัก
ข้อควรปฏิบัติเมื่อพบอาการป่วย
หากท่านมีอาการข้างต้นภายใน 21 วัน หลังจากเดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้อย่างเคร่งครัด
* ไปพบแพทย์ทันที ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ไม่ควรรอให้หายเอง
* แจ้งประวัติเสี่ยง ต้องแจ้งแพทย์และพยาบาลให้ชัดเจนว่า เดินทางมาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย หรือ ประเทศบังคลาเทศ
* ระบุวันเริ่มป่วย แจ้งวันที่ท่านเริ่มมีอาการผิดปกติวันแรก เพื่อให้แพทย์ประเมินระยะฟักตัวของโรค
* หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อลดโอกาสการแพร่กระจายเชื้อเบื้องต้น
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไวรัสนิปาห์
โรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยมี ค้างคาวผลไม้ (Fruit Bats) หรือค้างคาวแม่ไก่ เป็นแหล่งรังโรคตามธรรมชาติ เชื้อสามารถแพร่ไปยังสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เช่น หมู ม้า แมว และสุนัข ได้
ช่องทางการติดต่อสู่คน
* การสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของสัตว์ติดเชื้อ เช่น ปัสสาวะ น้ำลาย หรือเลือด
* การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาว หรือน้ำตาลสดดิบที่รองจากต้นโดยไม่ผ่านการต้มฆ่าเชื้อ
* การติดต่อจากคนสู่คน สามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย แต่พบได้น้อยกว่าการติดจากสัตว์
ความรุนแรงของโรค
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาที่จำเพาะเจาะจงและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ อัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูง จึงจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด
ช่องทางติดต่อและสอบถามข้อมูล
หากท่านรู้สึกไม่สบาย หรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันที
* สายด่วนกรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 1422
* รายงานอาการออนไลน์ สแกน QR Code ตามแบบฟอร์มของกรมควบคุมโรค เพื่อบันทึกข้อมูลและรับคำแนะนำ
อ้างอิงข้อมูล
* ประกาศคำแนะนำด้านสุขภาพ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
* ข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์ องค์การอนามัยโลก (WHO)
