🎉

Happy New Year 2026

Wishes for a joyful and prosperous year ahead!

เงินคนทำงานกำลังละลาย แฉเบื้องลึกวิกฤตศรัทธาประกันสังคม ที่คุณต้องรู้ก่อนจะไม่มีเงินเกษียณ

 เงินคนทำงานกำลังละลาย แฉเบื้องลึกวิกฤตศรัทธาประกันสังคม ที่คุณต้องรู้ก่อนจะไม่มีเงินเกษียณ



ปี 2569 คือปีแห่งฝันร้ายของมนุษย์เงินเดือนไทย เพราะเรากำลังจะถูกล้วงเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น จากที่เคยจ่ายสูงสุด 750 บาท จะกระโดดขึ้นเป็น 875 บาทต่อเดือน โดยภาครัฐพร่ำบอกเหตุผลสวยหรูว่าเพื่อความยั่งยืนของกองทุนและสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น แต่ภายใต้คำชี้แจงเหล่านั้นกลับซุกซ่อนความจริงที่เน่าเฟะและน่าสะพรึงกลัวกว่าที่คิด เพราะสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้กองทุนส่อแววถังแตก ไม่ใช่แค่เพราะคนไทยแก่ตัวลง แต่เป็นเพราะเงินออมก้อนสุดท้ายของชีวิตเรา ถูกนำไปปู้ยี่ปู้ยำในการลงทุนที่มีเงื่อนงำมาอย่างยาวนาน

มหากาพย์การลงทุน หรือมหกรรมระบายเงิน

หากคุณคิดว่าเงินประกันสังคมถูกนำไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ยเงียบๆ คุณกำลังคิดผิด เพราะเงินหมื่นล้านแสนล้านของเรากำลังไหลออกไปสู่ดีลธุรกิจที่คนทั่วไปยังส่ายหน้า

เริ่มกันที่แผลสดอย่าง โครงการตึก SKYY9 ย่านพระรามเก้า ที่กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าเมื่อมีการเปิดเผยว่า ประกันสังคมอนุมัติเงินกว่า 6,900 ล้านบาทเพื่อซื้อตึกนี้ ทั้งที่ราคาประเมินจริงจากหลายสำนักชี้ว่าน่าจะอยู่ที่ราว 3,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น คำถามคือเงินส่วนต่างมหาศาลเกือบ 3,000 ล้านบาทนี้หายไปไหน เข้ากระเป๋าใคร และทำไมต้องไปซื้อตึกที่เจ้าของเดิมมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอำนาจเก่าทางการเมือง นี่คือความบังเอิญหรือการวางงานปล้นกลางแดด

ซ้ำเติมด้วยกรณี หุ้น EA อดีตหุ้นเทพพลังงานสะอาดที่วันนี้กลายเป็นหุ้นนรก ประกันสังคมเข้าไปถือครองหุ้นตัวนี้ในราคาสูงลิ่วด้วยเงินภาษีพวกเรา แต่เมื่อบริษัทเกิดวิกฤตผู้บริหารทุจริต แทนที่กองทุนจะรีบตัดขายเพื่อรักษาเงินต้น กลับกอดหุ้นเน่าตัวนี้ไว้แน่นจนมูลค่าแทบเป็นศูนย์ เงินเกือบพันล้านละลายหายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบ เป็นความไร้เดียงสาทางการลงทุนหรือมีใบสั่งให้อุ้มเจ้าสัวกันแน่

ยังไม่นับรวม โครงการ TU Dome หอพักนักศึกษาที่ลงทุนไปมหาศาลแต่กลับบริหารจัดการล้มเหลว จนต้องบันทึกขาดทุนทางบัญชียับเยิน ทั้งที่ทำเลทองขนาดนั้นควรจะเป็นเสือนอนกิน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ความผิดพลาด แต่มันคือใบเสร็จที่แสดงให้เห็นว่า เงินของเราถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินให้กลุ่มทุนและนักการเมืองมาโดยตลอด

สองมาตรฐานที่เจ็บปวด ข้าราชการรอดแต่เราไม่รอด

ความอยุติธรรมที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อหันไปมอง กบข กองทุนบำนาญของข้าราชการ พวกเขามีสิทธิเลือกแผนการลงทุนได้เอง มีมืออาชีพบริหารจัดการที่โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ามาก ในขณะที่มนุษย์เงินเดือนภาคเอกชนอย่างเราถูกมัดมือชก บังคับจ่าย บังคับเสี่ยง และไม่มีสิทธิเลือก เราต้องทนดูเงินตัวเองถูกเอาไปเสี่ยงในตลาดหุ้นแบบไร้ทิศทาง หรือเอาไปซื้อตึกแพงเกินจริงโดยที่ปากทำได้แค่บ่น

หากเทียบกับระดับโลกอย่างกองทุนความมั่งคั่งของนอร์เวย์ หรือแคนาดา ยิ่งเห็นภาพชัดว่าเราล้าหลังแค่ไหน ประเทศเหล่านั้นสร้างกำแพงเหล็กกั้นไม่ให้นักการเมืองเข้ามายุ่งกับเงินกองทุนเด็ดขาด บริหารโดยมืออาชีพเพื่อกำไรสูงสุดของประชาชน แต่ของไทย บอร์ดบริหารยังเต็มไปด้วยโควตาจากการแต่งตั้งและตัวแทนข้าราชการที่ต้องเกรงใจนักการเมือง เงินกองทุนจึงถูกมองเป็นแค่ กระเป๋าเงินสำรองของรัฐบาล หรือ แหล่งทุนของพรรคพวก มากกว่าจะเป็น หลักประกันชีวิตของประชาชน

ระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง

นักคณิตศาสตร์ประกันภัยระดับโลกเตือนไว้นานแล้วว่า ด้วยโครงสร้างปัจจุบัน กองทุนประกันสังคมไทยจะเริ่มขาดดุล กระแสเงินสดติดลบ ในอีกไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า และจะ ล้มละลาย เงินหมดเกลี้ยงภายใน 30 ปี หมายความว่าคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน หรือคนที่อายุ 30 ถึง 40 ปีในวันนี้ ท่านกำลังจ่ายเงินทุกเดือนเพื่อให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่ใช้ แต่เมื่อถึงคิวท่านเกษียณ กองทุนนี้จะไม่เหลือเงินแม้แต่บาทเดียวคืนให้ท่าน

การแก้ปัญหาด้วยการรีดเลือดกับปู เพิ่มเพดานเก็บเงินสมทบ หรือขยายอายุเกษียณ เป็นเพียงการซื้อเวลาและผลักภาระมาที่คนทำงาน โดยไม่ยอมแตะต้องปัญหาที่แท้จริงนั่นคือ โครงสร้างการบริหารที่เน่าเฟะและการแสวงหาผลประโยชน์ทับซ้อน

ถึงเวลาต้องส่งเสียงก่อนจะสายเกินไป

นี่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องเงินในกระเป๋าและข้าวปลาอาหารในยามแก่เฒ่าของคุณ หากเรายังปล่อยให้การบริหารงานเป็นแบบเดิม ยอมให้เขาขึ้นค่าประกันสังคมโดยไม่ตั้งคำถาม และปล่อยให้เรื่องเงียบหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง วันหนึ่งเราอาจจะตื่นมาพบว่า เงินที่ออมมาทั้งชีวิตกลายเป็นเพียงตัวเลขในอากาศที่เบิกออกมาใช้จริงไม่ได้

สังคมต้องเลิกมองว่านี่เป็นเรื่องเทคนิคซับซ้อน แต่ต้องมองให้ออกว่านี่คือ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่กระทำต่อคนทำงานอย่างเลือดเย็น เราต้องเรียกร้องให้มีการปฏิรูปบอร์ดประกันสังคมให้เป็นอิสระจากนักการเมือง 100% ต้องมีการเปิดเผยพอร์ตการลงทุนแบบเรียลไทม์ และต้องมีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงสำหรับผู้บริหารที่เอาเงินคนทั้งชาติไปผลาญเล่น

อย่ารอให้ถึงวันที่กองทุนล้มแล้วค่อยออกมาโวยวาย เพราะถึงวันนั้น ต่อให้ร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด ก็ไม่มีใครเอาเงินคืนมาคุณได้อีกแล้ว


ใหม่กว่า เก่ากว่า
;